สร้างฝันด้วยสองมือ

คงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่าการล้างสารพิษที่หมักหมมในตัวออกไป จะทำให้ร่างกายแข็ง แรง เลือดลมเดินสะดวก ถ้าทำเป็นประจำก็จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคร้าย แรงอย่างมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หอบหืด เบาหวาน รวมทั้งลดความอ้วนได้ด้วย

 

หัวใจสำคัญในการล้างพิษใน 1 วัน คือ จะต้องกินให้ได้แคลอรี่น้อยกว่า 800 กิโลกรัม เพื่อให้ระบบย่อยและตับได้พัก ต่อจากนั้นตับจะขับสารพิษออกมาได้และ อาหารที่คุณจะทานในวันนั้นจะต้องไม่มีเนื้อสัตว์เข้ามาปะปนเด็ดขาด เข้าใจกันดี แล้ว ต่อไปเรามาเข้าสู่กระบวนการล้างสารพิษกันเลยดีกว่า

 

1. เลือกผลไม้ที่คุณชอบมา 1 อย่าง เช่น มะละกอ ฝรั่ง แคนตาลูป แอปเปิ้ลส้มโอ ชมพู่ มะม่วง ฯลฯ ยกเว้นอยู่ 2อย่างคือ ทุเรียนและสับปะรด เพราะทุเรียนมีแคลอรี สูงเกินไปและย่อยยาก ทานแล้วจะเป็นภาระกับระบบย่อย ส่วน สับปะรดนั้นมีกรดสูงมาก ถ้ากินทั้งวันท้องก็จะอืดได้

 

2. ทานแต่ผลไม้ชนิดเดียวตลอดทั้งวัน โดยอาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ เช่น ถ้า เลือกมะละกอก็อาจจะทานเป็นเนื้อมะละสุก หรือส้มตำ(มะละกอดิบ) ที่ใส่แต่มะละกอ กับน้ำปลามะนาวเท่านั้น ไม่ใส่เครื่องประกอบอย่างอื่นเด็ดขาด

 

3. พอมาถึงมื้อกลางวันก็ทานมะละกออีก แต่อาจจะเป็นน้ำมะละกอปั่นใส่น้ำตาลน้อย ที่สุด หรือน้ำมะละกอคั้นสดก็ได้

 

4. มื้อเย็นก็ยังต้องทานมะละกออีกครั้งเป็นมื้อสุดท้ายของวัน โดยอาจจะบีบมะนาว ลงไปด้วยนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติให้ไม่เลี่ยนเกินไป

 

5. วันรุ่งขึ้นก่อนที่จะเริ่มมื้อเช้า คุณจะต้องดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นประมาณ 2 ขวดก่อน เพราะเมื่อเราล้างสารพิษ ตับจะขับสารพิษให้มารวมกันอยู่ที่ลำไส้เล็ก ส่วนต้น จึงต้องดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวเข้าไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว เพื่อให้สารพิษ ถูกดันออกมากับอุจจาระ หลังจากที่ดื่มน้ำอุ่นแล้วคุณจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ ทันที แต่ถ้าไม่มีการดื่มน้ำกระตุ้นและไปทานอาหารเช้า สารพิษก็จะถูกดูดกลับเข้า ไปในกระแสเลือดเหมือนเดิม ทำให้การอดอาหารล้างพิษของเราต้องเสียเปล่าไป

 

วิธีเตรียมน้ำอุ่นผสมมะนาว

อุปกรณ์

ขวดน้ำขนาด 1 ลิตร 2 ขวด

มะนาว 4 ลูก

เกลือป่น 2ช้นชา แต่ห้ามใช้เกลือไอโอดีน

 

วิธีทำ

ใส่น้ำดื่มให้เต็มขวดจากนั้นบีบมะนาวใส่ลงไปขวดละ 2 ลูกและเกลือ 1 ช้อนชา เขย่า ให้เข้ากัน

 

มะนาวจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน ส่วนเกลือก็จะช่วยอุ้มน้ำไว้ไม่ให้ถูกร่างกายดูด ซึมไปหมด น้ำจะได้เหลือไปจนถึงทวารหนักเพื่อขับอุจจาระ

หลังจากดื่มน้ำมะนาวประมาณ 10-20 นาที คุณจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ นั่น คือาการปกติ หลังจากถ่ายท้องเรียบร้อยแล้วก็เริ่มทานอาหารได้

 

กระบวนการล้างพิษจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าหากทำเป็นประจำสัก 2 อาทิตย์ต่อหนึ่ง ครั้งที่

 

 

 

 

 

 

 

ทีมา : http://heyhaparty.blogspot.com/2007/11/1_14.html

เปิดเวปไซด์โฆษณาธุรกิจ หายนะที่จะตามมาอย่างรวดเร็ว

ถ้าคุณมีมุมมองการเข้าร่วมกับธุรกิจที่เจ้าของบริษัท หรือผู้นำในธุรกิจนั้น ที่มีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ คุณต้องรู้!!!

กลยุทธ์ทางการตลาด

กลยุทธ์ทางการตลาด

ภาพการทำธุรกิจเครือข่ายหลายตัวทุกวันนี้ มีภาพของการทำเวปไซด์ที่จะโฆษณาธุรกิจโดยตรง ซึ่งมีคำถามว่าเวิร์คไหม คำตอบก็คือเวิร์คมากโดยเฉพาะในช่วงแรกที่เปิดธุรกิจใหม่ คนจะให้ความสนใจมาก

แต่เคยสงสัยไหมครับว่า บริษัทยักษ์ใหญ่จริงๆในโลกธุรกิจเครือข่าย ผมอยากจะขอยกเอ่ยชื่อเพื่อยกอย่างนะครับ เช่น Amway แอมเวย์, Herbalife เฮอร์บาไลฟ์, Nuskin นูสกิน, Usana ยูซาน่า บริษัทเหล่านี้จะไม่อนุญาติทำเวปเพื่อโปรโมตธุรกิจ หรือนำข้อมูลบริษัทขึ้นเวปใครทั้งสิ้น และคนที่ทำ บริษัทเหล่านี้ก็จะมีวิธีในการจัดการกับคนที่ทำเพราะเขารู้ว่าจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

บริษัทเหล่านี้เขารู้ว่าการอนุญาติให้ทำเวปข้อมูลธุรกิจมันจะเป็นการสร้างธุรกิจที่ฉาบฉวย ธุรกิจมันจะโตแบบฟองสบู่แตก เพราะจะได้แต่คนที่ต้องการเงิน โดยขาดความสนใจในเรื่องของสินค้า ในขณะที่บริษัทเขาก็ต้องการความมั่นคงในระยะยาวเหมือนกันซึ่งมันจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้า เพราะจุดท้ายที่สุดของทุกบริษัทก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาของการขาย (Ratail Period) (ลองอ่านบทความเรื่องกราฟการเจริญเติบโตของธุรกิจเครือข่ายนะครับ) ที่จะวัดกันด้วยคุณภาพสินค้าในท้องตลาด ถ้าหากธุรกิจโตโดยคนที่เข้าร่วมไม่สนใจสินค้า สุดท้ายก็จะถึงจุดจบของบริษัทเมื่อไม่สามารถสมัครคนเพิ่มได้อีก

วิสัยทัศน์การตลาด

วิสัยทัศน์การตลาด

นี่คือภาพของบริษัทเครือข่ายที่ต้องการสร้างธุรกิจระยะยาวควรจะให้ความสำคัญเรื่องหนึ่ง!! มันคือวิสัยทัศน์เจ้าของธุรกิจว่าเขาต้องการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนหรือสร้างธุรกิจที่ฉาบฉวย ในขณะที่เจ้าของธุรกิจเครือข่ายบางเจ้ารู้อยู่แล้ว แต่รู้ว่าสินค้าไม่สามารถนำเข้าสู่ช่วงเวลาการขาย (Retail Period) ได้ ก็เลยเลือกที่จะสร้างธุรกิจที่กอบโกยในช่วงแรกให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้มันยังเป็นการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางธุรกิจที่รวดเร็วโดยที่ชื่อของบริษัทนำการตลาด และสุดท้ายคนก็จะรูสึกชินชา และพอเอ่ยชื่อบริษัทนั้นมาภาพความระอามันก็จะตามมาทันที บางบริษัทที่ไม่อนุญาติให้ทำเวปโฆษณาธุรกิจ หรือข้อมูลธุรกิจ แต่ปรากฎว่ายังมีคนทำ ซึ่งจริงๆบางคนก็จะมีกลยุทธ์หลบซ่อนไม่ให้บริษัทจับได้ ตามแต่วิธีของแต่ละคน ซึ่งถ้าคุณจริงจังกับการเลือกบริษัทที่มั่นคง ก็คงเป็นหน้าที่ของคุณนะครับ ว่าจะทำยังไง

แต่สำหรับผมยังยืนยันคำพูดเดิม คือการสร้างธุรกิจที่ไม่ได้โปรโมตบริษัท เพราะความมั่นคงของบริษัทไม่ใช่ปัจจัยที่ควบคุมได้สำหรับผม ผมจึงเน้นการสร้างความมั่นคงที่การตลาดแทนมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมทิ้งการเลือกบริษัทที่มั่นคงนะครับ…

 

 

ความสำเร็จแด่คุณ…….

พลวัต ปานคำ

Business School Director & HybridMLM Director

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

“โรงเรียนสอนการดูเพชร” เรื่องเล่าสุดคลาสสิคของการตลาดแบบดึงดูด

โรงเรียนสอนการดูเพชร

โรงเรียนสอนการดูเพชร

นี่คือหลักในการใช้การตลาดแบบดึงดูดที่ชัดเจนที่สุด น่าจะทำให้หลายคนเข้าใจภาพของการตลาดแบบดึงดูดชัดเจนมากขึ้น ถ้าท่านไหนที่เคยได้ยินมาก่อน ลองฟังดูนะครับ ผมอยากเล่าเป็นสไตล์ผมเองมากกว่า

มีร้านขายเพชรร้านหนึ่งที่อเมริกา ด้วยการที่เป็นเป็นร้านขายอัญมณีและโซนนั้นเป็นโซนขายอัญมณีหลายร้านเปิดข้างๆกัน ลองนึกภาพนะครับ นานๆใช่ไหมครับกว่าจะมีลูกค้าเข้ามาในร้านสักคน หรือบางวันแทบไม่มีคนเข้าร้านเลย เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่คนมีเงิน หรือไม่ใช่งานสำคัญก็คงไม่มีใครเข้าร้านกัน ในร้านก็มีพนักงานขายประมาณ 5 คน(ไม่รู้ทำไมจ้างคนเยอะก็ไม่รู้) การที่คนเหล่านั้นคลุกคลีกับเพชรอยู่แล้ว แต่ละคนก็เป็นมืทักษะเรื่องการดูเพชรแบบมืออาชีพ และเป็นทักษะการดูที่เป็นสากลอยู่แล้ว

มีพนักงานขาย 5 คนแต่ไม่ค่อยมีคนเข้าร้าน งานก็ไม่ค่อยมี แต่ละวันนั่งตบยุงกันทั้งวัน พนักงานทั้ง 5 คนก็เลยมานั่งปรึกษากันว่าจะเพิ่มยอดขายอย่างไร แต่ละคนก็ต้องการค่าคอมมิชชั่นมากขึ้น  แต่ไม่มีใครคิดอะไรออกที่จะกระตุ้นยอดขาย ก็เลยมีคนหนึ่งเสนอไอเดียแปลกๆว่า “เอาอย่างนี้ดีกว่าในเมื่อเราก็เก่งเรื่องการดูเพชรกันมืออาชีพอยู่แล้ว ลองมาทำอะไรเล่นๆดีกว่า มาสอนชาวบ้านเขาให้ดูเพชรเป็นดีกว่า จะได้โปรโมตร้านในตัว เผื่อมันจะดีขึ้น” ก็เลยตกลงกันตามนี้

วันรุ่งขึ้นทั้ง 5 คนก็ได้ทำประกาศเพื่อไปปิดหัวมุมถนน บอกว่า

“โรงเรียนสอนการดูเพชร

กำลังคิดจะซื้อเพชรใช่ไหม?….ระวัง!!

เพชรปลอมหรือเพชรรัสเซีย กับเพชรจริงดูแทบไม่ออก

คุณอยากได้ไหมเพชรน้ำหนึ่งจริงๆ

ถ้าคุณต้องการรู้ เราสอนให้คุณฟรี….!!

ที่………เวลา………..ด่วน…อย่าพลาด”

เปิดห้องเล็กๆหลังร้าน จะเข้ามาเรียนในห้องก็ต้องเดินอ้อมหน้าร้านไปที่หลังร้าน ตอนแรกก็คิดกันว่า ถ้ามีคนสนใจเข้าเรียนสัก 4 ถึง 5 คนก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ มีคนจำนวนมากเข้ามาเรียนเกือบ 40คน พนักงานขายเพชรทั้ง 5 คนก็เลยแบ่งกลุ่มย่อยสอน และทุกคนได้รับการแบรนด์เป็นอาจารย์สอนการดูเพชรกันทุกคนเลย ก็สอนให้เต็มที่ เพชรจริงกับเพชรปลอมเขาดูกันอย่างไร จะเช็คแบบไหน เพชรน้ำหนึ่งเป็นแบบไหน และรายละเอียดเกี่ยวกับเพชรทั้งหมดก็มาสอนกัน หลายคนที่เข้ามาเรียนก็มีประทับใจกับความรู้ที่ได้รับเพราะมันทำให้เขามั่นใจมากขึ้นรวมไปถึงเข้าใจหลักการมากขึ้นในการเลือกเพชร

แล้ววันนั้นก็จบคอร์ส แต่ก่อนจะปิดคอร์ส อาจารย์ก็ได้เปิดให้ถามสำหรับคนไหนมีคำถาม แต่เชื่อไหมครับ คำถามเดียวกันหมดเลย

นักเรียน “อาจารย์ ร้านเพชรข้างหน้า ร้านอาจารย์หรือเปล่า”

อาจารย์ “ใช่ครับ..ร้านอาจารย์เอง”

นักเรียน “เห็นมีเพชรเต็มร้านเลย ผมอยากได้เพชรอาจารย์ขายให้ไหมครับ ข้างหน้าร้านนะครับ”

อาจารย์ “อ้อ..ถ้าใครอยากได้ อาจารย์ก็จะขายให้ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งซึ่งอาจารย์เลือกมากับมือด้วยซ้ำไป”

เชื่อไหมครับ วันนั้นแทบทั้ง 40 คนซื้อเพชรกลับบ้านกันทุกคน ขายเพชรวันนั้นวันเดียวมากกว่าขายทั้งปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ บางคนยกล็อตไปเลยก็มี เราลองมาวิเคราะห์กันนะครับว่ามันเป็นไปได้อย่างไร อย่างแรก คนที่มาเรียน ถ้าเขาไม่ต้องการเพชรเขาก็คงไม่เข้ามาเรียนใช่ไหมครับ หลายคนบอกว่า “ กำลังจะแต่งงาน” “กำลังจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชร” “กำลังจะให้ของขวัญคนสำคัญ”…..

โรงเรียนสอนการดูเพชร

โรงเรียนสอนการดูเพชร

แล้วเมื่อคนเหล่านั้นได้ความรู้จากที่อาจารย์ถ่ายทอดให้เต็มที่ มันก็เป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับ ที่จะให้ความเชื่อมั่นใจในตัวอาจารย์มากกว่า “อยากได้เพชร จะไปซื้อที่อื่นทำไม ในเมื่ออาจารย์ก็มีให้ แล้วอาจารย์เลือกมากับมือด้วยซ้ำไป” นี่ละครับ คำตอบของเรื่องนี้ การได้ความมั่นใจของลูกค้าเป็นแรงดึงดูดมหาศาล

มองเห็นใช่ไหมครับว่า เขาไม่เคยใช้เพชรสุดยอดนำการตลาดเลย เพียงแต่เขาเข้าไปแก้ปัญหา ให้ข้อมูลที่เป็นจริงจากทักษะความเป็นมืออาชีพที่เขามี แล้วสิ่งที่คนให้คือ ความมั่นใจ แล้วเรายังมีสิ่งที่เขาต้องการอีกล่ะ นี่คือขั้นตอนสุดท้าย….

ที่นี้เห้นภาพใช่ไหมครับ การตลาดแบบดึงดูดจริงๆ มันเป็นการตลาดที่เกิดขึ้นด้วยความมีเหตุมีผล ไม่ใช่การนำการตลาด ด้วยการบอกว่าบริษัทฉันสุดยอด ผลิตภัณฑ์ดีเด่นที่สุด เพชรฉันน้ำหนึ่ง เหมือนหลายๆคนกำลังทำ แต่มันคือขั้นตอนสุดท้ายต่างหากล่ะ ที่คุณจะทำแบบนี้ เพราะก่อนหน้ามันคือ การสร้างความมั่นใจให้กับผู้คน

ความสำเร็จแด่คุณ……. 

 

พลวัต ปานคำ     

Business School Consultant     

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

สร้างความสัมพันธ์กับคนมหาศาล ด้วยระบบอัตโนมัติ
 
 
ความสัมพันธ์
ความสัมพันธ์

หลังจากได้เข้าใจวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดความแตกต่างของคนทีสมัครคนได้ กับคนที่สมัครคนได้เยอะไปแล้ว เพราะคนที่สมัครคนได้เยอะเขาใช้การสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่ที่คนเริ่มสนใจ และมันก็เป็นเหตุผลที่คนจะตัดสินใจร่วมธุรกิจได้ง่ายกับคนที่เขารู้จัก สนิทสนมและไว้ใจมากกว่า

 

สิ่งสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะใช้การสร้างความสัมพันธ์กับคนจำนวนเยอะๆด้วยวิธีแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งโทรศัพท์ ไปหาที่บ้านเพื่อทักทาย และสิ่งสำคัญพลานจะทำทำให้เขารำคาญซะด้วยซ้ำไป สิ่งที่เวิร์คก็คือ การใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาทำงานแทน ที่คุณไม่ต้องเสียเวลาอะไรเลย แค่กดปุ่มเดียวคุณก็สร้างความสัมพันธ์กับคนมหาศาลได้เลย

 

นอกจากทำให้เขารู้จักตัวเรา ทำให้เขารู้สึกสนิทสนมกับเรามากขึ้นแล้ว เรายังสามารถสร้างความมั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเราให้กับเขาได้ สิ่งที่เวิร์คอีกอย่างก็คือเป็นการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลให้กับผู้ที่สนใจด้วย บางครั้งคนที่สนใจไม่ได้ต้องการมันจริงๆ แต่เมื่อถูกสร้างความสัมพันธ์และได้ข้อมูลไปสักพันเขาก็พร้อมที่จะกลับมาสนใจแบบเต็มที่ เหมือนกับที่เขาบอกว่า เขาไม่ทำตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าไม่ทำตลอดไป นี่ละครับคำตอบ แต่ที่สำคัญคือเขาเปิดใจมาบ้างแล้วก่อนที่เขาจะลงชื่อเข้ามาในระบบ Lead Gerneration ของคุณ

 email_marketing

“ธุรกิจเครือข่ายไหน ไม่มีระบบติดตามคนอัตโนมัติอย่าไปทำ น่าจะเคยได้ยินนะครับ” ระบบติดตามที่ผมจะแนะนำก็คือ ระบบติดตามผ่านอีเมล์ ( Email Marketing )ที่นำมาติดตามรายชื่อคนสนใจที่กรอกชื่อเข้ามาด้วยระบบ Lead Generation ของคุณ เป็นระบบที่ถูกกฎหมายนะครับ มันคือระบบให้ข้อมูลกับคนที่ลงชื่อเข้ามาเอง  (ประเภทที่บอกว่ามีโปรแกรมดูดเมล์ กรองเมล์ ส่งเมล์ ระวังให้ดีนะครับ นั่นคือเขากำลังหาคุกให้กับท่าน )

 

ความจำเป็นที่ต้องมีระบบติดตามอัตโนมัติ ลองนึกภาพการโทรศัพท์นะครับ เมื่อได้รายชื่อที่ซื้อมาแล้วนั่งโทร 100 คนอาจจะมีสัก 2-3 คนเท่านั้นที่สนใจ อีก 97-98 คนที่เหลือ นั่นคือเวลาและเงินที่คุณใช้ นั่นคือแรงปฎิเสธมหาศาล ที่ทำให้คนใหม่ที่ทนแรงปฎิเสธไม่ได้เลิกไป  และภาพของการสมัครคนได้ต้องถูกติดตามไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ในการที่จะทำแบบนี้กับการโทรศัพท์หรือติดตามแบบไม่อัตโนมัติ มันเป็นการสร้างความรำคาญมากกว่า หลายคนบอกว่า เรามีสคริปอย่างเทพ ให้เอาไปใช้ แต่ผมกล้ายืนยัน คนเขาไม่อยากคุยกับคนท่องสคริปหรอกครับ เพราะภาวะความเป็นมืออาชีพของคนมันต่างกัน รวมไปถึงสภาพจิตใจและสิ่งแวดล้มก็มีผลอย่างมากเรื่องคุณภาพการติดตามทั่วๆไป บางคนอารมณ์หงุดหงิดง่าย ทะเลาะกับแฟนอยู่ เสียงดัง

 ความแตกต่าง

แต่ช้าก่อนถ้าคุณกำลังคิดจะทำระบบติดตามผลอัตโนมัติ คุณต้องดูปัจจัยเหล่านี้

 -       แน่ใจว่าเนื้อหาในเมล์คุณน่าอ่านแค่ไหน คุณกำลังจะให้อะไรเขา หรือ คุณกำลังส่งเมล์ไปให้อะไรกับเขา เพราะคนเขาสนใจว่าเขาจะได้อะไรมากกว่า คุณจะเอาอะไรมาขายให้ แต่ส่วนมากก็จะส่งไปขายธุรกิจหรือสินค้า นั่นคือสิ่งที่ไม่เวิร์ค

-       คุณให้ความสำคัญกับเขาแค่ไหน ในอีเมล์ที่ส่งไป มีการเรียกชื่อเขาบ้างไหม หรือ เรียกแค่ คนที่สนใจ อีเมล์ของคุณดึงดูดคนหรือ ไล่คนหนี!!

 

นี่คือสิ่งที่ต้องพิจารณาในการใช้ระบบสร้างความสัมพันธ์อัตโนมัติ แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่า ความสนิทใจจะเกิดขึ้นเมื่อเขาต้องการเต็มที่แล้ว คุณก็ต้องใช้วิธีการโทร หรือไปหาแล้วแต่สไตล์ของคุณ พอมองเห็นไหมครับ ว่ามันคือระบบกรองคนที่ใช่มากกว่านั่นเอง

 

พลวัต ปานคำ

Business School Consultant

รับบทเรียนการตลาดแบบดึงดูดเพิ่มเติมฟรี กรอกข้อมูลที่นี่ครับ!!

>>>>>คลิ๊กซ์ที่นี่<<<<<

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

ISBN : 0-449-21492-3

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

ความสัมพันธ์ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในธุรกิจเครือข่าย
ความสัมพันธ์
ความสัมพันธ์

หลายคนมีคำพูดว่า “ใครๆก็รู้ทั้งนั้น ว่าเครือข่ายคือความสัมพันธ์” แต่ผมอยากจะถามคนที่เข้าใจแล้วนะครับว่า คุณสร้างความสัมพันธ์ตอนไหน? หลายคนก็จะตอบว่า “เมื่อเขาร่วมธุรกิจหรือเป็นลูกค้า ก็ต้องดูแลสร้างความสัมพันธ์ ช่วยเหลือกับเขา”  แต่มันช้าไปไหมครับ!!!

เหตุผลที่ต้องมีความสัมพันธ์ ลองดูตัวอย่างนี้นะครับ

มีเสียงเศร้าๆ คุยกับคุณทางโทรศัพท์ “คุณเอ..ครับ วันนี้ผมไปไม่ได้จริงๆ นะครับ หมาผมถูกรถชน ต้องพาไปหาสัตวแพทย์ มันเป็นธุระด่วนมากครับ ไม่มีใครดูแล ต้องขอโทษด้วยนะครับ” แล้วคุณก็วางหูโทรศัพท์ พร้อมด้วยอาการเซ็งๆ “วันนี้ไม่มีแขกเข้างานประชุมเลย บัตรก็ซื้อไว้รอแล้ว วันนี้คงจะเสียเวลาอีกวันแล้ว” คุณบ่นกับตัวเอง แต่งตัวอย่างหล่ออยู่หน้าห้องประชุม “เอาน๊า…คราวหน้าแก้ตัว” แล้วเหตุการณ์เดิมๆ ก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ความสัมพันธ์

นี่คือสิ่งที่คนส่วนมากกำลังเผชิญเมื่อนัดผู้สนใจไปประชุมตามโรงแรมหรือ ศูนย์ที่จัดงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ หลายคนอาจจะมอง มันคือเรื่องปกติ ไม่มีใครไม่โดนปฎิเสธ  ใช่แล้วครับ และมันก็คือความจริง ล้านเปอร์เซ็นต์ซะด้วยครับ ที่ไม่มีใครไม่โดนปฎิเสธไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม แต่การที่จากรายชื่อ 100 คนที่ซื้อมาจากที่ปรึกษาราคาก็ไม่ได้ถูก โทรไปแล้วมีคนสนใจจะเข้ามาประชุม 2-3 คน และสุดท้ายไม่มีใครมาเลย และมันเกิดขึ้นประจำ มันน่าจะมีอะไรขาดหายไปไหมครับ

 สาเหตุสำคัญคือมันมาจาก 2 อย่างคือ

ข้อแรกคือ เขาไม่ได้ต้องการมันจริงๆ แค่อยากรู้เฉยๆ อาจจะมาจาก การขาดกระบวนการสร้างความต้องการให้กับผู้สนใจที่มีประสิทธิภาพ  

ข้อสองคือ เขาไม่รู้จักตัวเรา ไม่มีความสนิทสนม    “ผมไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อคุณมาก่อน แล้วคุณเป็นใครจะมาชวนผมไปเสียเงินประชุมตามโรงแรม และเสียเวลาทั้งวัน” เขาคิดในใจ บางคนตอบตกลงที่จะเข้าร่วมงานเพราะกลัวดูไม่ดี ถ้าจะปฎิเสธคนก็มี แต่สุดท้ายก็ไม่มาเพราะสิ่งที่เขามองคือ เขาจะเสียเงิน เสียเวลา สู้นอนดูทีวีที่บ้านไม่ได้

ความสัมพันธ์ 

นี่คือเหตุผลสำคัญของความสัมพันธ์ที่คุณต้องมี หลายคนบอกว่าปกติเวลาสมัครคนได้ก็ดูแลสร้างความสัมพันธ์อยู่แล้ว  มันมีข้อแตกต่างของคนที่สมัครคนได้กับคนที่สมัครคนได้เยอะ ก็คือเขาเริ่มสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่คนๆนั้นเขาสนใจ ระบบสร้างความสัมพันธ์จะเริ่มทำงานทันที ไม่ต้องรอให้เขาเข้าร่วมแล้วค่อยทำสร้างความสัมพันธ์ แต่รู้ไหมครับว่า ทุกวันนี้การสร้างความสัมพันธ์กับคนที่สนใจ ไม่ต้องมานั่งโทรศัพท์หาแบบเดิมๆแล้ว ถ้ารู้วิธีการสร้างความสัมพันธ์แบบอัตโนมัติด้วยการกดปุ่มเดียว ทำให้คนมหาศาล ที่เขามาสนใจด้วยระบบ Lead Generation ของเราได้รับข่าวสารและมีความสัมพันธ์กับเราทันที…..รอชมต่อไปนะครับ

 

พลวัต ปานคำ

Business School Consultant

รับบทเรียนการตลาดแบบดึงดูดเพิ่มเติมฟรี กรอกข้อมูลที่นี่ครับ!!

>>>>>คลิกซ์ที่นี่<<<<<

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

ISBN : 0-449-21492-3

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

เข้าถึงคนที่สนใจด้วยระบบ Lead Generation ที่เป็นของตัวเอง ภาค2
Lead Generation

Lead Generation

หลังจากที่เห็นวิธีการเข้าถึงคนที่สนใจด้วยวิธีการเสียเงินไปแล้ว มาดูกันว่า มีอะไรอีกบ้างไหมที่เราไม่ต้องเสียเงิน เพราะหลายคนก็คงมองหาทางประหยัดกันมากกว่า แต่เน้นนะครับ ว่าต้องเป็นวิธีที่ถูกกฎหมาย และไม่สร้างความรำคาญให้คนอื่น เพราะเห็นหลายคนเลือกวิธีการเสี่ยงต่อการเข้าคุกคือ การสแปร์มเมล์ ประเภท มีโปรแกรมดูดเมล์ กรองเมล์ ส่งเมล์แจก มีรายชื่อเมล์ 50 ล้านอีเมล์ อะไรแบบนี้ เขากำลังหาคุกให้นะครับ โปรดระวัง

ถ้าเราไม่ใช้เงินทำงานแน่ๆละครับ เราก็ต้องใช้แรงทำงานแทน อาจจะเหนื่อยบ้างนะครับ มีทั้งวิธีเข้าถึงคนที่สนใจทั้งแบบรวดเร็วและแบบที่ต้องใช้เวลากว่าที่จะเวิร์คขึ้นมา แต่อย่ามองข้ามนะครับบางวิธีถ้าคุณทำดีๆ และตั้งใจ อาจจะมีคนหลั่งไหลเข้ามาเป็นคนสนใจของคุณโดยที่ไม่ที่ไม่ต้องมานั่งใช้แรงทำงานอีกต่อไป

ประเภทที่ 2 เครื่องมือเข้าถึงคนที่สนใจแบบใช้แรง วิธีการที่ให้เป็นหลักการเบื้องต้นนะครับจริงๆมันมีหลากหลายวิธีมากกว่านี้เพราะเทคโนโลยีมันไปเรื่อยๆ วิธีการเข้าถึงคนที่สนใจแบบนี้มีข้อเสีย คือมันต้องออกแรงเอง อาจจะไม่สะดวกสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา และต้องอาศัยการเรียนรู้พอสมควร ข้อดีคือ ฟรี แน่นอนว่าในอนาคตมันจะคุ้มค่ากว่าเยอะ

lead-generation

2.1 เวปบอร์ด เป็นวิธีแรกที่สร้างคนที่สนใจได้ทันที คุณอาจจะบอกว่าเคยทำอยู่แล้ว แต่ท่ามกลางสงครามเวปบอร์ดที่ใครๆก็ทำกันจนบางเวปมีแต่คนโพสต์แทบไม่มีคนดู คุณจะทำอย่างไรดี ให้คนแห่มาดูแต่กระทู้ของคุณ แน่นอนละ คุณต้องรู้วิธีการโพสต์ที่เวิร์ค ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการโพสต์หรือ ทักษะเรื่องการเขียนคำโฆษณา สิ่งที่ควรระวังคือต้องโพสต์ในที่เขาจัดไว้ให้เฉพาะเท่านั้น

2.2.Vido Marketing การทำโปรโมตด้วยเวปวีดีโอ อย่างเช่น youtube นี่คืออีกแหล่งที่มีคนมหาศาลเข้าไปดูวีดีโอคลิปต่างๆ แน่นอนว่าที่มีคนเยอะแบบนี้ต้องมีคนไปดูเรื่องราวธุรกิจแน่ๆ แต่สิ่งที่เวิร์คคือ คุณต้องรู้วิธีการที่จะทำการตลาดในนั้น

2.3 เวปไซด์และการทำ SEO นี่คือหลักการขั้นเทพในการสร้างรายชื่อฟรี และเป็นวิธีการของมืออาชีพเขาทำกัน ในอนาคตเวปคุณอาจจะติดหน้า 1 ในกูเกิลกับคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการ มันก็ไม่ต่างอะไรกับคุณใช้กูเกิลแอดเวิร์ดฟรี! แล้วไม่ต้องทำอะไรเลยก็มีคนเข้ามาสนใจสิ่งที่คุณทำเพราะเวปที่คุณทำติดหน้า 1ไปแล้ว สิ่งสำคัญมันคือการเรียนรู้

2.4 Blog (บล็อก) บริษัทใหญ่ๆให้ความสำคัญมากเพราะมันคือช่องทางสะท้อนตัวตนของคนผ่านบทความที่เขาเขียนขึ้น และกูเกิลก็ให้ความสำคัญกับบล็อก มากกว่าเวปไซด์ซะอีก เพราะเขาสนใจว่าคนคิดอะไรกัน ต้องการ หรือพูดอะไรกัน มากกว่าคำโฆษณาที่มีเกลื่อนตามเวป สำหรับคนไหนที่เขียนเวปไซด์ไม่เป็นก็สามารถมีบล็อกได้ภายใน 5 นาที ข้อดีคือทำง่าย คนอายุจะ 70 ใช้เวลา 10 นาทีก็มีบล็อกได้ ยืนยัน!! ไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนเวป ก็ทำบล็อกได้ บล็อกมีทั้งแบบฟรี และที่ต้องเสียเงินก็มีอยู่ที่ว่าเราจะเลือกแบบไหน บล็อคที่ดังๆที่คนชอบใช้ เช่น WordPress.com หรือ Blogger.com

Lead generation

2.5 Social Network (เวป 2.0 เช่น hi5 Facebook Twitter Myspace อื่นๆ) นี่คือแหล่งที่มีคนครับ แต่คุณต้องใช้ความพยายามมากหน่อย ปัจจุบันกูรูทางด้านธุรกิจเครือข่ายหลายคนเข้าไปในนี้กันหมดแล้ว เพราะมันเข้าถึงสังคมคนมหาศาลได้เลย แน่ๆละครับการทำการตลาดในนั้นไม่ใช่การไปโฆษณาธุรกิจเพราะคุณจะโดนเขาลบจากความเป็นเพื่อนทันที คุณต้องรู้วิธีทำการตลาดในนั้น ใช่ครับ…มันคือการสร้างความเชื่อมั่นของผู้คนในนั้นต่อตัวคุณ

 

พลวัต ปานคำ

Business School Consultant

รับบทเรียนการตลาดแบบดึงดูดเพิ่มเติมฟรี กรอกข้อมูลที่นี่ครับ!!

>>>>>คลิกซ์ที่นี่<<<<<

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

ISBN : 0-449-21492-3

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

เข้าถึงคนที่สนใจด้วยระบบ Lead Generation ที่เป็นของตัวเอง

Lead Generation

ระบบการสร้างรายชื่อเป็นสิ่งที่สำคัญประการแรกเพราะถือว่าเป็นอินพุตท์ให้กับธุรกิจ จากบทความเรื่องปัจจัยของการล้มเหลวในธุรกิจเครือข่ายคุณจะทราบแล้วว่า มันคือปัจจัยแรกที่ทำให้หลายๆคนล้มเหลวเพราะขาดรายชื่อคนที่สนใจ ผมอยากจะแนะนำเครื่องมือที่ใช้ทำงานเบื้องต้นในการสร้างรายชื่อคนที่สนใจเข้าระบบ Lead Generation ของตัวเอง

สิ่งที่ผมจะแนะนำเบื้องต้นเป็นการเข้าถึงคนผ่านระบบอินเตอร์เนต ที่มีคนใช้มหาศาลขึ้นทุกวันในบ้านเราและทุกที่ ในอินเตอร์เนตไม่ใช่ทุกจุดจะมีคนอยู่มหาศาล คุณต้องรู้ว่าคนเขาอยู่กันที่ไหนกันเยอะ เขาเรียกกันว่า “ถ้าจะไปจับปลาก็ต้องไปที่มีปลา ไปที่น้ำเน่าเสียอย่างคลองแสนแสบก็คงไม่ได้ปลา” คุณก็ต้องรู้ว่ามันมีเครื่องมืออะไรบ้างที่จะเข้าถึงคนที่ต้องการเหล่านั้น บางท่านบอกว่าก็เคยทำการสร้างรายชื่อแบบนี้ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ คุณต้องสร้างรายชื่อเข้าระบบสร้างความสัมพันธ์ของคุณเอง เพื่อให้คุณติดตามเขาด้วยระบบอัตโนมัติไปตลอดนานเท่าไหร่ก็ได้ที่คุณอยากจะให้ระบบมันติดตาม หรือตราบใดที่เขายังต้องการรับข้อมูลจากคุณ

Lead Generation

เครื่องมือในการเข้าถึงคนที่สนใจเบื้องต้น

ประเภทที่ 1 เครื่องมือแบบที่เสียค่าใช้จ่าย ข้อดีของเครื่องมือประเภทนี้คือ มันง่ายรวดเร็ว ไม่ต้องมีทักษะในการโปรโมตมากมาย และไม่เสียเวลา แต่ข้อเสียคือ ต้องใช้เงิน

1.1 Google Adword ( กูเกิล แอดเวิร์ด)  Yahoo Adword อื่นๆ แต่จะยกตัวอย่างแค่ Google Adword นะครับ สำหรับผมมองว่าเป็นเครื่องมืออันดับ 1 ของการสร้าง Lead Generation แบบที่ต้องใช้เงิน เวปกูเกิล ผมว่าแทบทุกคนที่เล่นอินเตอร์เนตรู้จัก เพราะมันคือแหล่งหาข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลกรวมถึงประเทศไทย และเป็นเวปอันดับ 1 ของโลกด้วย! ซึ่งทางกูเกิลมีฟังก์ชั่นให้โฆษณากับเขาได้เรียกว่า Google Adword สมมติว่าผมตั้ง Keyword (คำหลัก)ว่า “ธุรกิจเครือข่าย” ถ้ามีคนค้นคำว่า “ธุรกิจเครือข่าย” โฆษณาผมก็จะปรากฏในหน้าที่คนเขากำลังคนข้อมูล  หลายคนบอกว่าเป็นวิธีเข้าถึงคนที่สนใจแบบตรงประเด็นที่สุดเขาเรียกกันว่าเป็น Laser Target (เลเซอร์ ทาร์เก็ต) เลยทีเดียว คุณสามารถสร้างคนที่สนใจภายใน 15 นาทีทันทีที่ติดตั้ง Google Adword เสร็จ แต่ข้อเสียคือ คุณต้องมีทักษะในการทำเพราะมันคือการใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคีย์เวิร์ด การเขียนโฆษณาด้วยข้อความที่ดึงดูด และความสัมพันธ์กับเวปไซด์ของคุณ ถ้าคุณทำโดยไม่มีทักษะความรู้ อาจจะเสียเงินมหาศาลโดยไม่จำเป็นและไม่เกิดผลลัพธ์

 Leads Generation

1.2 โฆษณาแบนด์เนอร์ เทคลิงค์ ตามเวปต่างๆ มี 2ทางเลือกด้วยกันคือ โฆษณาโดยตรงกับเจ้าของเวปไซด์อาจจะมีค่าใช้จ่ายเป็นเดือนหรือตามตกลงซึ่งหลายเวปดังๆเขาเปิดให้เช่าพื้นที่อยู่แล้ว อีกแบบคือการใช้ agency ในการโฆษณาและจ่ายตามจำนวนคนคลิ๊กซ์หรือจำนวนการแสดงผลซึ่งมีให้เลือกหลายค่ายอย่างเช่น Google Adword ที่เป็นการเลือกแสดงแบบ Content  ของค่ายนิภา, BumQ, แอดยิ้ม ที่จ่ายต่อคลิ๊กซ์แบบคงตัว

นี่คือเครื่องมือเบื้องต้นในการสร้างรายชื่อคนที่สนใจ( Lead Generation ) แบบเสียเงิน ข้อควรระวังคือ มันเสียเงิน คุณต้องรู้หลายๆปัจจัยในการลงทุนโฆษณา ในส่วนการสร้างรายชื่อคนที่สนใจแบบไม่เสียเงิน คงต้องเจอกันอีกหัวข้อนะครับ

พลวัต ปานคำ

Business School Consultant

รับบทเรียนการตลาดแบบดึงดูดเพิ่มเติมฟรี กรอกข้อมูลที่นี่ครับ!!

>>>>>คลิ๊กซ์ที่นี่<<<<< 

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

ISBN : 0-449-21492-3

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

อะไรคือแก่นของการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
ธุรกิจเครือข่าย

ธุรกิจเครือข่าย

การตลาดแบบดึงดูด ( Attraction Marekting ) ถ้าย้อนไปสัก 1 ปีที่แล้วหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยิน เพราะมันเป็นศัพท์ใหม่สำหรับบ้านเรา แต่ทุกวันนี้หลายคนเริ่มได้ยินชื่อการตลาดแบบนี้กันบ้างแล้ว บางคนอาจจะเคยเข้าไปทำธุรกิจเครือข่ายที่เขาบอกว่าเขาใข้การตลาดแบบดึงดูดอยู่ แต่ในขณะที่บางคนกำลังสงสัยมันมีจริงเหรอการตลาดแบบนี้ และมีหลายคนที่มีคำถามว่ามันเป็นการตลาดยังไงกันแน่ มันเวิร์คไหม แก่นแท้ของมันเป็นอย่างไร จะนำมันไปใช้ในการทำธุรกิจได้จริงแค่ไหน เพราะมันถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับบ้านเรา  

   

แก่นแท้ของการตลาดแบบดึงดูด ( Attraction Marketing ) มันคืออะไรกันแน่?  

ธุรกิจเครือข่าย
ความศรัทธา

คำตอบสุดท้ายของการตลาดแบบดึงดูดก็คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่สนใจ นี่คือกุญแจสำคัญที่นักการตลาดดึงดูดต้องเข้าให้ถึง บางคนอาจจะบอกว่ามันคือ การแสดงความเป็นมืออาชีพของเราให้คนอื่นเห็น หรือเข้าไปแก้ปัญหาให้กับผู้คน ชี้ให้เห็นข้อมูลที่แท้จริง และจุดปัญหาที่เขากำลังเผชิญ สุดท้ายคือเสนอทางแก้ไขที่ถูกต้อง  โดยใช้จุดเหล่านี้นำการตลาดแทนที่จะใช้โอกาสทางธุรกิจนำการตลาด ไม่ใช่การนำบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ไปเกทับกันแบบที่หลายๆคนกำลังทำ เพราะธรรมชาติของคน จะศรัทธาในคนที่แก้ปัญหาเขาได้ นี่ละครับคือคำตอบสั้นๆว่าอะไรกันแน่คือแก่นของการตลาดแบบดึงดูด

เครื่องมืออย่างแรกที่ต้องมีคือ เครื่องมือค้นหาคนที่ต้องการ บางคนจะเรียกง่ายๆว่าหาผู้ที่สนใจ หลังจากนั้นจะเริ่มเป็นการสร้างความสัมพันธ์และทำให้เขารู้จักตัวเรา โดยที่ทุกขั้นตอนไม่พยายามขายธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆทั้งสิ้น มันเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่สนใจ ให้ความรุ้เพื่อที่เขาจะเอาไปใช้ในงานที่เขาทำได้ สร้างความมั่นใจกับตัวคนที่สนใจว่าเราคือคนที่แก้ปัญหาให้เขา เมื่อมาถึงจุดนี้เป็นเรื่องธรรมดาครับ เพราะธรรมชาติของคนจะศรัทธาคนที่แก้ปัญหาให้กับเขาได้ มันเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นที่คนที่รู้จักคุณ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณ และยังมีความเชื่อมั่นในตัวคุณเขาจะฟังที่คุณจะพูดออกว่าหรือแม้กระทั่งคุณกำลังทำอะไร และก็เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกัน เพราะคุณก็ทำธุรกิจคุณสามารถแนะนำกับเขาในขั้นตอนสุดท้ายได้ แต่ที่แน่ๆ คุณต้องมีวิธีการกรองคนที่ต้องการมันก่อนที่จะแนะนำนะครับ นื่คือหลักการคร่าวๆของการตลาดแบบดึงดูด

 ความสำเร็จ

เริ่มจากใช้ระบบเข้าถึงคนที่ต้องการ นำไปสู่การสร้างสายสัมพันธ์ และสร้างความเชื่อมั่นในตัวเรา คุณจะเข้าสู่การตลาดแบบดึงดูดเต็มตัว    

หลายคนที่บอกว่าทำการตลาดแบบดึงดูด แต่พร้อมกับโฆษณาธุรกิจไปด้วย มันคือกลยุทธ์ที่ฉาบฉวยและอาจจะเป็นเพียงการแอบอ้างการตลาดแบบนี้เฉยๆ เพราะคนจะยังไม่มีใครเปิดใจรับธุรกิจคุณตั้งแต่แรกๆ โดยที่เขายังไมมีความเชื่อมั่นในตัวคุณเลย  

ความเชื่อมั่นศรัทธาต่อตัวคุณมันส่งผลดีอะไรไหม กับการทำธุรกิจเครือข่าย ?  

แน่ๆใช่ไหมครับ เขาจะตัดสินใจร่วมธุรกิจกับคุณง่ายขึ้น และไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจไหนก็จะมีคนยินดีพร้อมตามคุณไป การทำธุรกิจด้วยการตลาดแบบดึงดูดถ้าคุณมีศักยภาพเพียงพอ นั่นหมายถึงคุณจะทำกี่ธุรกิจก็ได้! คุณจะเอาไปใช้กับเครือข่ายแต่ในขณะเดียวกันก็ใช้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ยังได้ หรือ จะใช้กับธุรกิจเครือข่ายอย่างเดียวแต่หลายบริษัทก็ยังได้ เพราะความมั่นคงคือศรัทธาของคนต่อตัวเรา ไม่ใช่เพราะบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ คุณก็รู้ใช่ไหมครับว่าบริษัทมีโอกาสไม่มั่นคงไหม?  หลายคนอาจจะเห็นบริษัทเครือข่ายบางบริษัทปิดตัวไป  แต่จะเกิดอะไรถ้าคุณมีการตลาดแบบนี้ในมือ คุณมีคนที่พร้อมจะตามคุณจำนวนมหาศาลที่คุณสร้างความสัมพันธ์ไว้ นั่นหมายถึงคุณก็สามารถเอาทุกอย่างคืนกับธุรกิจเครือข่ายอื่นๆได้ง่ายกว่า (แต่ผมไม่ได้หมายความว่าให้ทำธุรกิจแบบตั๊กแตนในไร่ข่าวโพดนะครับเพราะยังไงถ้าเลือกธุรกิจที่มั่นคงมันก็ดีกว่า แต่ผมพยายามชี้ให้เห็นข้อดีของการทำการตลาดแบบนี้ต่างหาก ถ้าเลือกบริษัทที่มั่นคงก็ถือว่าเยี่ยมเลย)  

   

พลวัต ปานคำ  

Business School Consultant  

รับบทเรียนการตลาดแบบดึงดูดเพิ่มเติมฟรี กรอกข้อมูลที่นี่ครับ!!  

>>>>>คลิ๊กซ์ที่นี่<<<<<  

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น  

ISBN : 0-449-21492-3

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

ความสัมพันธ์ที่หายไปกับการตลาดแบบไล่ล่า

ความสัมพันธ์ที่สูญเสียไป
ความสัมพันธ์ที่ขาดหายไป

 

การตลาดแบบไล่ล่านำที่ไปสู่การสูญเสียความสำพันธ์ หลายคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายรูปแบบเดิมๆ จะเข้าใจมันอยู่แล้ว บางคนอาจจะไม่เข้าใจและมีคำถามเสมอเวลาแนะนำคนที่รู้จัก “ทำไมล่ะ ฉันอุตสาห์แนะนำสิ่งดีๆให้กับคนรู้จัก แต่เขาไม่อยากจะคุยด้วย” พร้อมด้วยความคิดดูถูกเพื่อนคนนั้น “ไม่เป็นไร ถ้าเขาไม่เห็นโอกาส ถ้าฉันรวยเมื่อไหร่อย่ามาง้อละกัน”  แล้วฉันก็ยังไม่รวยสักที! ใช่ไหมครับ มันกำลังเกิดขึ้นกับหลายๆคนที่ทำธุรกิจเครือข่าย

ความเข้าใจธรรมชาติของคน สิ่งที่ขาดไปกับการทำตลาดแบบเดิมๆ

ทำไมคนที่พยายามลิสต์รายชื่อ 100 คนที่รู้จักผมถึงเรียกว่า “100คนแรก ที่คุณจะไล่เขาออกจากชีวิต” คุณลองมองภาพนี้นะครับ สมมติว่าคุณเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องเสียง ซึ่งคุณเองอาจจะสนใจเครื่องเสียงบ้าง กำลังชะโงก ดูเครื่องเสียงรุ่นใหม่ที่เข้ามาเห็นว่าน่าสนใจ เซลล์แมนวิ่งมาแต่หลังร้านพยายามทุกอย่างที่จะขายให้คุณทันที คุณจะเดินไปไหนก็เดินตามทุกฝีก้าว คุณจะรู้สึกอย่างไรบ้าง หรือสมมติว่า วันนี้อยู่ที่บ้านกับเช้าวันอาทิตย์ที่แสนจะสงบสุข 11โมงเช้ากำลังนั่งจิบกาแฟหลังบ้านชมนกกำลังจับบนกิ่งไม้ มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่า “สวัสดีครับคุณเอ ผมโทรจากศูนย์ประกันชีวิตบี นะครับ วันนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษ สมัครประกันชีวิตกับเรารับของขวัญล้ำค่าไปเลยร่มสุดหรู” ผมว่ามันก็คงทำลายวันที่แสนสงบของคุณทันที

mlm
stress

ทั้งสองเหตุการณ์คุณรู้สึกอย่างไงบ้างครับ? แน่ๆรำคาญ อึดอัด อยากเดินหนี ใช่ไหมครับ ไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะครับที่คุณเองรู้สึกแบบนี้เพราะคนทั่วๆไปเขาก็เป็นเช่นคุณเหมือนกัน เพราะอะไรล่ะ บางคนบอกว่าในกรณีร้านขายเครื่องเสียง เขาอยากเลือกดูเองจนรู้สึกพอใจและถ้าอยากได้ถึงจะเรียกเซลล์แมนเข้ามาคุยใช่ไหมครับ ในอีกกรณีประกันก็เช่นกัน ถ้าเขาอยากได้แค่มีการประชาสัมพันธ์ไว้แล้วถ้าเขาต้องการก็จะติดต่อไปเอง เพราะ ธรรมชาติของคนคือ คนไม่ชอบถูกขาย และไม่อยากตกเป็นเหยื่อของการขาย คนจะมีระบบป้องกันทันทีไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หยุดไม่คุยด้วย เดินหนี ไม่รับสาย หรือหลากหลายวิธีการหลบหลีกของแต่ละคน

ในกรณีของธุรกิจเครือข่ายก็ไม่ต่างกัน พอมองออกหรือยังครับว่าทำไมคนถึงปฎิเสธคุณเมื่อไปชวนเขาทำธุรกิจ คุณทำอะไรแตกต่างจากเซลล์แมนคนนั้นหรือ พนักงานขายประกันคนนั้น  ที่เขาสอนกันลิสต์รายชื่อ 100คนที่รู้จัก เพื่อนสมัยอนุบาล2 ที่คุณลิสต์ขึ้นมาแล้วโทรไปแนะนำธุรกิจ คุณกำลังทำให้เขารู้สึกว่า จะตกเป็นเหยื่อของการชวนโดยคุณ! แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตีตัวออกห่างถ้าเขาไม่พูดตามตรง หรือคนไหนที่เป็นประเภทขวานผ่าซาก ก็จะพูดให้คุณช้ำใจไปเลย แต่ถ้าคนไหนที่นุ่มนวลกว่าเวลาคุณไปแนะนำถึงบ้านเขาก็จะบอกว่า ขอตัดสินใจก่อน หรือ ขอคิดดูก่อน จริงๆความหมายมันคืออะไรคุณน่าจะมองออก มันคือการปฎิเสธดีๆนี่เองใช่ไหมครับ บางกรณีที่นุ่มนวลที่สุดเขากลัวคุณเสียน้ำใจหรือสงสารที่อุตสาห์มาสิ่งที่เขาทำก็คือ “อ้าว.. สมัครเท่าไหร่ 200 บาทเหรอ สมัครเลย” หรือ “มีอะไรถูกที่สุดเอาชิ้นหนึ่ง” บางคนดีใจที่ขายได้หรือสมัครคนได้ แต่จริงๆ มันคือ การปฎิเสธที่ดีที่สุดของเขาตอนนั้น เพราะคนอยากดูดีในสายตาคนอื่นเสมอ เขาก็เช่นกัน แล้วหลังจากนั้นละ สมัครแล้วไม่ทำอะไรเลย หรือซื้อไปก็จบแค่นั้น บางรายไม่รับสาย หรือ ถ้ารับก็จะพยายามเลี่ยงที่จะเจอคุณ เหตุผลเพราะเขาจำให้สมองแล้วเมื่อเจอคุณคือ เขาต้องเสียเงิน และตกเป็นเหยื่อของการขาย หรือการชวนโดยคุณ!

มันมีทางออกไหมกับการทำการตลาดกับคนรู้จัก

การแนะนำกับคนรู้จักมันต้องใช้หลักจิตวิทยาพอสมควร เพราะกับแค่เงินไม่กี่ร้อยบาทคุณจะแลกด้วยความสัมพันธ์กับเพื่อนเหรอ? แต่สิ่งที่จะทำให้เวิร์คที่สุดก็คือ คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนอีกเรื่อง คนชอบอิสระที่จะซื้อเองในสิ่งที่เขาต้องการ สิ่งที่เขาต้องการไม่ว่าแพงเท่าไหร่เขาก็จะพยายามที่จะได้มันมา

คุณมีสิ่งที่เขาต้องการ และสิ่งที่เขาอยากจะซึ้อไหม

mlm
ความเข้าใจธรรมชาติของคน

หลายคนอาจจะบอกว่า บริษัทและโปรดักส์ของฉันดีเลิศ ใครใช้แล้วก็อยากใช้ต่อ และอยากบอกปากต่อปาก เยี่ยมเลยคุณก็ใช้การแนะนำสินค้ากับเขาทันที หรือบอกว่า บริษทของฉันดีกว่าบริษัทของเธอ เธอยังดื้อด้านทำอยู่ได้ ผลสรุปสุดท้ายที่ได้มันอาจจะรุนแรงกว่ากว่าปกติ มองเห็นใช่ไหมครับ มันคือการดูถูก!  แน่ๆละไม่มีใครบอกว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกมันแย่กว่าคนอื่น

สิ่งที่คนอยากจะได้หรือต้องการสำหรับการทำธุรกิจเครือข่ายก็คือ มีอะไรจะทำให้งานเครือข่ายของเขามันดีขึ้น มีอะไรจะช่วยเหลือเขาได้ มีอะไรที่จะแก้ปัญหาให้เขาได้ คุณมีทางออกให้ไหม เพราะคนเขาสนใจว่าเขาจะได้อะไร เขาไม่ได้สนใจหรอกว่า สิ่งที่คุณบอกมันจะดีแค่ไหน ตราบใดก็ตามที่เขายังรู้สึกว่าบริษัทที่เขาทำดีที่สุด แน่นอนว่าเขาต้องการคนมาช่วยแก้ปัญหาและเมื่อเขาเจอทางออกแล้ว เชื่อผมเถอะ เมื่อนั้นเขาจะตามคุณมากกว่า เพราะใครๆก็ศรัทธาคนที่แก้ปัญหาเขาได้ มองเห็นหรือยังครับว่าการทำงานกับคนรู้จักคุณควรเป็นใคร? แต่จริงๆมันขยายวงไปในกลุ่มคนไม่รู้จักได้นะครับ และคนรู้จักนั่นละจะนำคนไม่รู้จักมาให้คุณ…

 

 พลวัต ปานคำ

Business School Consultant

รับบทเรียนการตลาดแบบดึงดูดเพิ่มเติมฟรี กรอกข้อมูลที่นี่ครับ!!

>>>>>คลิกซ์ที่นี่<<<<<

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

ISBN : 0-449-21492-3

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ

ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจของคนตาบอดจูงคนตาบอดเดิน!

ทางเดินธุรกิจเครือข่าย
ทางเดินธุรกิจเครือข่าย

หลายคนพอได้ยินอาจจะงง มันคืออะไร?

ลองนึกภาพนะครับ คนตาบอด ถ้าเทียบกับคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายคือคนที่ไม่รู้จะทำธุรกิจอย่างไร หรือทำแบบงูๆปลาๆ มองไม่เห็นหนทางที่จะสร้างรายได้มหาศาลเลย คนส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจเครือข่ายเป็นแบบนี้จริงๆ! มันเป็นเหตุผลง่ายๆเลยที่ทำไมทำธุรกิจเครือข่ายมาไม่รู้กี่ปี จะเปลี่ยนบริษัทไปกี่บริษัทก็ตามก็ไม่สำเร็จสักที

คุณลองมองย้อนหลังดูนะครับ งานของคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายคืออะไร? ใช่ครับ มันคือ การทำการตลาดให้กับสินค้าของบริษัทที่คุณเข้าร่วม งานของคุณต่างอะไรล่ะกับงานของนักการตลาด ชื่อที่เรียกตัวเองที่ถูกต้องจริงๆมันน่าจะเป็น นักการตลาดเครือข่าย

สิ่งที่ทำให้คนล้มเหลวในธุรกิจเครือข่ายเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาต้องเป็นนักการตลาด งานของนักการตลาดเครือข่ายมันแค่ขายของได้ สมัครคนได้เหรอ? ถ้ามีแค่นั้นคุณก็คงไม่ต่างอะไรกับพนักงานขายทั่วๆไป

ลองมองนักการตลาดที่เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ๆสิครับ เช่นคุณ บิลเกตต์ การที่บริษัทเขาจะใหญ่โตขึ้นมาได้เขาก็ต้องมีการจำหน่ายสินค้าบริการของเขาเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือเขาเป็นนักการตลาด หรือเขามีนักการตลาดในบริษัท เขาไม่เคยเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปเร่ขาย เพราะเขารู้ว่าการขายมันคือ ศิลปะของการทำการตลาด ผลลัพธ์ของนักขายคือคุณอาจจะขายของได้ แต่ผลลัพธ์ของนักการตลาดคือคุณสร้างมูลค่าการตลาดอย่างมหาศาล

คุณลองมองคนทำธุรกิจเครือข่ายทั่วๆไปสิครับ เปลี่ยนบริษัทไปเรื่อยๆ หลายคนเป็นสิบบริษัทแต่ก็ยังไม่พ้นความล้มเหลวอยู่ดี  สิ่งที่เขาทำกันก็คือล่อหลอกด้วยรายได้ของผู้นำระดับสูง แล้วคนก็แห่กันเข้าร่วม

ธุรกิจเครือข่าย
ธุรกิจเครือข่าย

ผมอยากแนะนำให้แน่ใจก่อนตัดสินใจเข้าร่วมว่า คนเหล่านี้เขามีระบบมีวิธีทำการตลาดแบบไหนที่จะมาช่วยเราได้ เรามั่นใจแค่ไหนว่ามันเหมาะกับวิถีชีวิตของเรา เพราะทุกคนมีธรรมชาติของตัวเอง การทำเราฝืนทำอะไรก็ตามที่ขัดกับธรรมชาติของเราก็จะทนได้ไม่นาน

หลายธุรกิจใช้วิธีการสร้างแรงจูงใจ (Motivate) อย่างเดียว เพราะไม่มีระบบที่เขามาช่วยลดแรงเสียดทานในการทำธุรกิจ สร้างแรงจูงใจจนกระทั่งหมดเนื้อหมดตัวและเลิกกันออกไป!

พลวัต ปานคำ

Business School Consultant

****สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ.2539 ไม่อนุญาติให้คัดลอกเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น

ISBN : 0-449-21492-3

Copyright secured by Digiprove © 2010 พลวัต ปานคำ